โครงการสัมมนารัฐประศาสนศาสตร์และศึกษาดูงาน
การบริหารราชการส่วนภูมิภาค : MPA รุ่นที่ 15
...................................................................

 


        การสัมมนารัฐประศาสนศาสตร์ และศึกษาดูงานการบริหารราชการซึ่งเป็นการศึกษานอกชั้นเรียน จึงมีความจำเป็นและเป็นประโยชน์ต่อนักศึกษา ทั้งในแง่มุมมองการบริหารงานในองค์การ และการดำรงชีวิตอยู่ในสังคม อันจะทำให้การศึกษาหลักสูตรรัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต ซึ่งบัดนี้ได้ดำเนินการมาถึงรุ่นที่ 15 บรรลุผลตามจุดมุ่งหมาย จึงได้จัดโครงการสัมมนารัฐประศาสนศาสตร์และศึกษาดูงานราชการส่วนภูมิภาคขึ้น ณ จังหวัดหนองคาย และจังหวัดบึงกาฬ (จังหวัดที่ 77 ของประเทศไทย) ในวันที่ 1-4 กันยายน พ.ศ. 2554  เพื่อศึกษาเรียนรู้การบริหารราชการส่วนภูมิภาคสถานที่จริง เพื่อให้เกิดแนวความคิด และการพัฒนาตนเองจากประสบการณ์ที่ได้พบ เรียนรู้เทคนิคการจัดการสมัยใหม่จากองค์การ การประยุกต์ใช้แนวคิด ทฤษฎี ที่ได้เรียนรู้ไปใช้ในการบริหารงาน ตลอดจนแนวคิดวิธีการแก้ปัญหาต่าง ๆ และรวมถึงเป็นการสร้างความสัมพันธ์ อันดีในหมู่คณะกับเครือข่ายนักศึกษาและองค์การที่เกี่ยวข้องการศึกษาครั้งนี้เริ่มต้นจากแนวคิดอาจารย์ ดร.กิตติวัฒน์  รัตนดิลก ณ ภูเก็ต ที่ให้ข้อชี้แนะ

กองกำกับการตวจคนเข้าเมือง หนองคาย ศูนย์การศึกษาวิทยาลัยทองสุขหนองคาย
           
     ผลจากการดำเนินการ คณะนักศึกษาได้เรียนรู้ ภารกิจของตำรวจตระเวนชายแดนที่ค่ายเสนีย์รณยุทธกองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดน ที่ 24 จังหวัดอุดรธานี ได้สัมผัสตรงกับเครื่องมืออุปกรณ์ที่ใช้ปฏิบัติการจริง รถปฏิบัติการ วี 150 โดยท่านรองผู้กำกับการฯได้ให้การต้อนรับและแบ่งปันประสบการณ์ให้แก่คณะนักศึกษา ทำให้รับรู้ว่าภารกิจ ตชด.นั้นมากมายหลายมิติภาย ใต้การข้อจำกัดด้านงบประมาณที่สนับสนุนเพื่อพัฒนาหากเทียบกับภารกิจและองค์กรอื่นที่ภารกิจลักษณะใกล้เคียงกัน ถือว่าสัดส่วนที่ได้รับแล้วค่อนข้างน้อย เหมือนเป็นผู้ปิดทองหลังพระ “ภารกิจที่ทำยาก หน่วยอื่นทำไม่ได้ แต่ ตชด.ต้องได้ พร้อมปฏิบัติทุกเมื่อ...” ได้รับฟังเช่นนี้ คณะเราอุ่นใจครับ “คนจิตอาสา” และก็เชื่อว่าผู้คนทั่วไปคิดรู้สึกเช่นเดียวกันหากเข้ามาเปิดใขรับรู้ หลังจากนั้น คณะเดินทางไปจังหวัดบึงกาฬพบท่านเจ้าเมือง ท่านผู้ว่าฯ สมพงศ์  อรุณโรจน์ปัญญา   ได้บอกเล่าถึงภารกิจและยุทธศาสตร์การบริหารราชการจังหว้ดบึงกาฬด้วยตัวท่านเอง การเตรียมความพร้อมของจังหวัดต่อการเข้าสู่ประชาคมอาเซี่ยน ท่านผู้ว่าราชการท่านเป็นผู้นำที่มีวิสัยทัศน์ เหมาะสมที่สุดสำหรับสถานการณ์ที่เป็นจังหวัดที่ตั้งใหม่ อนาคตสะพานข้ามโขงไทย ลาวแห่งที่ 5 จะเกิดบึงกาฬ พร้อมถนนเชื่อม 3 ประเทศ ไทย ลาว เวียตนาม เพราะเป็นจุดที่ใกล้ที่สุด และท่านบูรณาการแนวคิดการทำงานแบบมีส่วนร่วม พลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส (จากอำเภออยู่ก็กลายเป็นจังหวัด ที่ว่าการอำเภอ ต้องทำหน้าที่เป็นศาลากลางจังหวัดทันที) จากนั้นคณะนักศึกษาไปเยี่ยมชมโรงพยาบาลบึงกาฬ ซึ่งจะเป็นโรงพยาบาลประจำจังหวัดยกฐานะจากโรงพยาบาลชุมชน ได้รับการต้อนรับจากท่านผู้อำนวยการ นพ.ชาญ  ตันติวราภรณ์และคณะผู้บริหารเป็นอย่างดี คณะได้เรียนรู้การดำเนินงานด้านการแพทย์และสาธารณสุขของจังหวัดบึงกาฬ ด้วยเวลาอันจำกัดคณะนักศึกษาได้ขอเข้าเรียนรู้และเยี่ยมชมให้กำลังใจภารกิจหน่วยกองร้อย ตชด.ที่ 244 (จังหวัดบึงกาฬ) ในเวลา 17.00 น. หน่วยนี้ได้ฝึกชุดปฏิบัติการที่ส่งไปปฏิบัติการในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และภารกิจดูแลรักษาความมั่นคงตามแนวชายแดนของ ตชด.ที่จังหวัดบึงกาฬ  จากนั้นคณะได้เดินทางปักค้างที่จังหวัดหนองคาย “แม้จะเหนื่อยแต่ไม่ท้อพร้อมที่เปิดรับเรียนรู้ประสบการณ์ใหม่ๆ” เช้าวันใหม่คณะนักศึกษาได้รับเกียรติจากท่าน ผศ.ดร.กัณฑิมา นิลทองคำ ได้มาพบปะและร่วมคณะไปเรียนรู้เยี่ยมชมภารกิจกองกำกับการตรวจคนเข้าเมือง จังหวัดหนองคาย  งานด้านตรวจคนเข้าเมือง งานด้านศุลกากร กระบวนการขั้นตอน ตลอดจนเอกสารพิธีการต่าง ๆ สำหรับผู้ที่จะเดินทางระหว่างประเทศ รวมถึงหน่วยงานที่ปฏิบัติหน้าที่ร่วมกันที่จุดผ่านแดนระหว่างประเทศ และเครือข่ายความเชื่อมโยงจุดผ่านแดนทั่วประเทศ และได้แลกเปลี่ยนเรียนกับผู้บริหารที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดหนองคาย (สะพานมิตรภาพไทย-ลาว)  จากนั้นคณะนักศึกษาเราได้มีโอกาสเดินทางไปทัศนศึกษาในสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) เรียนรู้วัฒนธรรม ประเพณี ภาษา วิถีการดำเนินชีวิตของประชาชนประเทศเพื่อนบ้านเรา การปิดท้ายก่อนกลับ คณะเราได้พบปะแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับนักศึกษาที่ศูนย์การศึกษาหนองคาย คณะนักศึกษาได้รับเกียรติยิ่ง โดยท่านอธิการบดีได้บินตรงจากกรุงเทพฯพร้อมท่านนายกสภามหาวิทยาลัย รวมถึงผู้อำนวยการศูนย์ให้การต้อนรับ ด้วยความอบอุ่น       ที่ศูนย์การศึกษาวิทยาลัยทองสุขจังหวัดหนองคาย ต้องขอขอบพระคุณยิ่ง  มีคำถามว่า ได้อะไรจากการจัดโครงการครั้งนี้ ผมเชื่อว่า นักศึกษาทุกคนที่ร่วมโครงการฯและเดินทางไปด้วยกันมีคำตอบครับว่า “ ได้เกินกว่าที่คิด”  เวลา โอกาส ประสบการณ์ ได้เครือข่าย และการได้อยู่ร่วมกันเช่นนี้ จะหาไม่ได้อีก ถึงแม้นว่าเราจะพบกันและดำเนินการเช่นนี้อีก สถานการณ์และความรู้สึกย่อมไม่เหมือนเช่นนี้แน่นอน ผมเชื่อเช่นนั้น นี่คือครั้งหนึ่งกับ MPA ที่วิทยาลัยทองสุขได้เปิดโอกาสให้ทุกคน ได้รับสิ่งส่งมอบดีๆ ทั้งความรู้ ประสบการณ์ดีๆ ความรู้สึกดีๆ ที่หลากหลาย ให้แก่กันและกัน ระหว่าง นิสิตกับนิสิตด้วยกัน  กับคณาจารย์ กับผู้บริหารองค์กรต่างๆ และกับผู้คนในชุมชนและสังคม สมกับคำว่า “มหาบัณทิต”ที่จะได้รับ และตราตรึงสิ่งดี ๆ เหล่านั้นไว้เป็นวิถีนำใจ สู่ความสุขความเจริญที่สมบูรณ์บริบูรณ์ “ความรู้มีอยู่ทุกหนแห่ง เพียงแต่เราปันเวลานำพาตัวเองเปิดรับและกับเกี่ยวเอาได้มากน้อยแค่ไหน”  ปัญหาอุปสรรคนั้นมีไว้ให้เรียนรู้  และพัฒนาแนวทางแก้ไข พลิกวิกฤต ให้เป็นโอกาส
MPA วิทยาลัยทองสุขมอบของที่ระลึก รองกองกำกับการ ตชด. 24 ที่ด้านหน้ากองกำกับการ ตชด. 24 จังหวัดอุดรธานี
พบท่านผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ ผู้ว่า สมพงศ์ อรุณโรจน์ปัญญา ฝั่งประเทศลาว ประสบการณ์มหาบันฑิตวิทยาลัยทองสุข